ผู้ที่ใช้รถยนต์ส่วนใหญ่มักจะมีภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ ทั้งค่าดาวน์ ค่าผ่อน ค่าน้ำมัน แล้วยังต้องมีค่าภาษี ค่าพรบ. รวมถึงค่าประกันภัยรถยนต์ โดยรวมๆแล้วเราต้องเสียค่าใช้จ่ายเหล่านี้เฉียดแสน! แต่หลายๆคนก็ยอมจ่ายทั้งๆที่ ค่าใช้จ่ายพวกนี้ก็เพิ่มขึ้นทุกปี เพื่อแลกกับความสะดวกสบายและความปลอดภัย แต่รู้กันหรือไม่ มันมีวิธีประหยัดค่าใช้จ่ายด้วยเทคนิคลดค่าเบี้ยประกันรถยนต์ให้ถูกลงทุกปี อยากรู้ว่าต้องทำอย่างไร ตามมาเลย…

1.เช็คราคาเบี้ยประกันแต่ละบริษัท
ควรเช็คราคาเบี้ยประกันภัยรถยนต์จากหลายๆที่ หลายๆบริษัท ก่อนจะตัดสินใจต่อประกันภัยรถยนต์ทุกครั้งเพื่อความคุ้มครองที่เหมาะสมและได้ราคาเบี้ยประกันที่ดีที่สุด โดยราคาเบี้ยประกันของแต่ละบริษัท หากนำมาเบี้ยประกันแต่ละบริษัทมาเปรียบเทียบประกันรถยนต์กัน

2. การขับขี่ประวัติดี มีส่วนลด
ถ้ารถยนต์ที่ไม่เคยเคลมประกันเลยในปีที่ผ่านมา หรือมีเคลมแต่ไม่ได้เป็นฝ่ายผิด จะได้รับส่วนลดประวัติดี โดยจะได้รับส่วนลดเพิ่มตามลำดับขั้นในแต่ละปี สูงสุดถึง 50% ของเบี้ยประกันภัยในปีที่ต่ออายุ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบเป็นตาราง จะได้ดังนี้
จำนวนปีที่ไม่มีการเคลม ส่วนลด
ปีแรก 20%
2 ปีติดต่อกัน 30%
3 ปีติดต่อกัน 40%
4 ปีติดต่อกัน 50%
3. ระบุชื่อผู้ขับขี่
ในกรณีที่ต้องการทำประกันภัยรถยนต์ หากสามารถระบุชื่อผู้ขับขี่/ชื่อผู้เอาประกันตรงกับผู้ที่ใช้รถจริง จะได้รับส่วนลดเบี้ยประกันภัยโดยแบ่งเป็น 4 ระดับอายุ คือ
ช่วงอายุ ส่วนลดเบี้ย
18 – 24 ปี 5%
25 – 35 ปี 10%
36 – 50 ปี 15%
50 ปีขึ้นไป 20%

4. ความเสียหายส่วนแรก Excess
ความเสียหายส่วนแรก เป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายครั้งแรกก่อนนั่นเอง เช่น เวลาเกิดอุบัติเหตุ แล้วเราเป็นฝ่ายผิดหรือประมาทร่วม จะต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกนี้ในการเคลมประกันทุกครั้ง แต่ถ้าเราเป็นฝ่ายถูกก็ไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนนี้ โดยที่ค่าใช้จ่ายส่วนแรกนี้จะมีตั้งแต่ 1,000 – 5,000 บาท และหากมั่นใจว่าเป็นผู้ขับขี่ปลอดภัยและขับรถดี อาจจะซื้อค่าเสียหายส่วนแรกในปีต่อไปให้สูงขึ้น เพื่อให้เบี้ยประกันถูกลง เช่น ถ้าเบี้ยประกันของเราอยู่ที่ 15,000 บาท แล้วเราตกลงเงื่อนไขค่าความเสียหายส่วนแรกที่ 3,000 บาท เราจะจ่ายเบี้ยประกันปีนั้นแค่ 12,000 บาท เท่านั้น

5. ส่วนลดกลุ่ม
บริษัทประกันภัยรถยนต์ส่วนใหญ่ มักจะมีส่วนลดกลุ่มเพื่อให้ประโยชน์สูงสุด แก่ผู้เอาประกันภัยรถยนต์ โดยผู้ถือกรมธรรม์ที่เอาประกันภัยไว้กับบริษัทประกันภัย ตั้งแต่ 3 คันขึ้นไป จะได้รับส่วนลดเบี้ยประกันภัยกลุ่ม 10% ทั้งนี้เงื่อนไขของส่วนลดกลุ่มจะขึ้นอยู่กับบริษัทประกันภัยแต่ละแห่งด้วย
นอกจาก 5 เทคนิคนี้จะช่วยลดค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ให้ถูกลงแล้ว ควรพิจารณาถึงปัจจัยอื่นๆด้วย เช่น การบริการในการรับแจ้งเคลม ความรวดเร็วในการเคลมประกัน มีอู่ซ่อมรถในเครือรองรับรถยนต์มากน้อยเพียงใด ความน่าเชื่อถือของบริษัทหรือโบรกเกอร์ โดยเราสามารถศึกษาข้อมูลเปรียบเทียบประกันรถยนต์เพื่อประกอบการตัดสินใจได้ตามเว็บไซต์ของบริษัทนั้นๆ อย่างไรก็ตามการเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ ต้องตัดสินใจอย่างถี่ถ้วน เพื่อให้ได้ประกันภัยรถยนต์ราคาดีที่สุดและคุ้มค่าสำหรับตัวผู้ขับขี่มากที่สุด และหากลองนำ 5 เทคนิคนี้ไปปรับใช้ รับรองว่าจะได้ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ราคาดีที่สุดอย่างแน่นอน